วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

Nokia Lumia 920 in my Hand



พอดีว่าไปได้ เจ้า Lumia 920 มาลองใช้ จากโครงการ Test Drive ที่ Nokia ให้ลองเอา Lumia 920 ไปใช้ได้ 3 วัน 2 คืน ก็เลยได้ review นี้ขึ้นมา

ใน review นี้จะเน้นเฉพาะจุดเด่นของเจ้า Lumia 920 นั่นก็คือเรื่องกล้อง ที่ nokia โม้ไว้เยอะว่า เทพมาก ส่วนเรื่องตัว OS Windows 8 Mobile ไม่พูดถึงดีกว่า ยังไม่คุ้นเคยกับระบบ 

ก่อนที่จะไปเจาะเรื่องกล้อง มาดูจุดเด่นที่มีประโยชน์แน่ๆในชีวิตประจำวันก่อน

PureView ถ่ายภาพทันใจคมชัดทุกช็อต ลืมไปเลยคำว่าเบลอ
เทคโนโลยี PureView สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อการถ่ายภาพอย่างมืออาชีพ ช่วยให้การถ่ายภาพและวิดีโอคมชัดทุกรายละเอียดแม้ในขณะที่กล้องสั่นไหวหรืออยู่ในสภาพแสงน้อย พร้อมเลนส์ คุณภาพสูงจาก Carl Zeiss ช่วยให้ภาพใสสมจริง

หน้าจอ PureMotion หน้าจอสัมผัสที่ดีที่สุดและไม่เคยมีมาก่อนบนสมาร์ทโฟน
หน้าจอ PureMotion HD+ เป็นหน้าจอสัมผัสที่ให้ความสว่างมากที่สุด ตอบสนองได้รวดเร็วที่สุด และไวต่อการสัมผัสมากที่สุดในโลก: ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้ทุกสีนั้นปรากฎอย่างชัดเจน และตอบสนองไวต่อการใช้นิ้วของคุณ แม้ว่าจะถูกปิดบังไว้อยู่

ต่อมา ดูสเป็คเครื่องโดยรวมกัน
BODY
Dimensions : 130.3 x 70.8 x 10.7 mm
Weight : 185 g

DISPLAY
Type  : IPS LCD capacitive touchscreen, 16M colors
Size : 768 x 1280 pixels, 4.5 inches (~332 ppi pixel density)
Protection : Corning Gorilla Glass 2

MEMORY
Card slot : No
Internal : 32 GB storage, 1 GB RAM

CAMERA
Primary : 8 MP, 3264 x 2448 pixels, Carl Zeiss optics, optical image stabilization, autofocus, dual-LED flash
Video : Yes, 1080p@30fps, video stabilization
Secondary : Yes, 1.3 MP, 720p@30fps

OS : Microsoft Windows Phone 8
Chipset : Qualcomm MSM8960 Snapdragon
CPU : Dual-core 1.5 GHz Krait
GPU : Adreno 225

ทีนี้มาดูเรื่องกล้องกัน ตามที่ Nokia ให้ข้อมูลไว้คือ เทคโนโลยี Nokia PureView ซึ่งมีจุดขายในเรื่องกันสั่นด้วยระบบ OIS และการถ่ายภาพในที่แสงน้อยรูรับแสงกว้าง F2.0 เซ็นเซอร์ BSI และปรับ ISO ได้ถึง 800 ส่วนการบันทึกวีดีโอทำได้สูงสุด Full HD 1080P 30fps

อยากรู้ว่าจะแน่แค่ไหนต้องดูภาพตอนแสงน้อยว่าจะออกมาดีขนาดไหน เชิญชม
(ทุกภาพ auto ทั้งหมด)















































วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2556

เรื่องของเลนส์กล้อง


เลนส์ทุกตัวจะมีความยาวโฟกัสบอกไว้ เช่น เลนส์ kit คือ 18-55mm หมายถึงเลนส์ตัวนี้มีความยาวโฟกัสเริ่มต้นที่ 18mm และซูมได้จนถึง 55mm แต่ก็มีบางตัวคือเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสคงที่ ก็จะเขียนบอกเป็นเลขชุดเดียว เช่น 50mm

นอกจากความยาวโฟกัสแล้ว ที่ตัวเลนส์จะมีค่า f บอกไว้ด้วย ซึ่งมันก็คือค่าที่บอกรูรับแสงกว้างสุดและแคบสุด โดยที่
เลข f น้อย รูรับแสงจะกว้าง 
เลข f มาก รูรับแสงจะแคบ
















ตัวอย่างเช่น
17-50 / 2.8 คือ มีความยาวโฟกัสอยู่ในช่วง 17mm ถึง 50mm โดยที่ตลอดช่วงจะมีค่า f เป็น 2.8 เท่ากันตลอด
70-300 / 4-5.6 คือ  มีความยาวโฟกัสอยู่ในช่วง 70mm ถึง 300mm โดยที่ตลอดช่วงจะมีค่า f ไม่เท่ากัน โดยเริ่มที่ f4 (70mm) จนลดลงถึง f5.6 (300mm)
22 / 2 คือ ความยาวโฟกัสคงที่ 22mm และมีค่า f เป็น 2

เลนส์บางยี่ห้ออาจ เอาค่า f มาเขียนข้างหน้า เช่น

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Nexus 7 ตัวเป็นๆ กับ Android 4.2 Jelly Bean


ตัวนี้ได้มาเป็น Nexus 7 32GB WIFI สโลแกนของเจ้านี่ก็คือ Thin, light & portable 7” tablet from Google.

spec (ของตัวนี้นะ)
CPU: Nvidia Tegra 3 Quad-core 1.3 GHz Cortex-A9
GPU: ULP GeForce
RAM: 1GB
Storage: 32GB

WLAN: Wi-Fi 802.11 b/g/n
DISPLAY: LED-backlit IPS LCD capacitive touchscreen, 16M colors 800 x 1280 pixels, 7.0 inches (~216 ppi pixel density)

CAMERA: front 1.2 MP, video 720P

BODY: 198.5 x 120 x 10.5 mm, 340 g

หน้าตากล่องเป็นแบบนี้ ตอนนี้ยังเหมือนกันทั่วโลกอยู่

อันนี้ด้านหลัง ก็แปลกดีนะ พวกเล่นไม่เขียนบอกสเป็คอะไรซักอย่าง กะขายเฉพาะคนที่รู้อย่างเดียว

อุปกรณ์ที่มาในกล่อง จะเรียกงก ประหยัด รักโลก อันนี้แล้วแต่จะคิด

โลโก้ตัวใหญ่ๆด้านหลัง มีตัว NFC อยู่ข้างบน nexus

ข้าล่างก็เป็นโลโก้ ASUS กับลำโพง

ด้านข้างก็ปุ่มเปิดปิดเครื่อง/จอ เพิ่มลดเสียง

พร้อมใช้แล้ว

4.1.2 ใหม่ที่สุด ณ วันที่เขียน

ชัดเจนตัวนี้ 32GB

สรุป
ขนาดเครื่องกำลังดี ถือมือเดียวได้อยู่
ความลื่นไหล ตามมาตรฐาน Tegra 3 ที่ควรทำได้
สีสรรของจอ ถ้าสดกว่านี้ก็จะดี แต่นี่ก็ ok แล้ว
สัมผัส+งานประกอบ ชอบสัมผัสด้านหลัง ไม่ลื่นหลุดมือง่ายแน่นอน งานประกอบโดยรวมก็ดี

เพิ่มเติม กับ Android 4.2 Jelly Bean

วิธีที่ผมทำคือ
1. ไปที่ Settings -> Apps -> All
2. หา Google Services Framework.
3. เลือก Force Stop แล้วก็ Clear Data.
4. restart เครื่อง เปิดมา ไปดูที่ Settings -> About tablet -> System Update เครื่องก็อัพเดทเลย

update สูตรนี้ใช้ได้กับตอนอัพเดทจาก 4.2 ไป 4.2.1 ด้วย

กำลังโหลดตัวอัพเดท

เรียบร้อยแล้ว กับ 4.2

ที่เพิ่มขึ้นมาชัดๆ แบบได้ใช้จังๆ ก็คือ notifications ถ้าลากด้านซ้ายลงมา จะเป็นพวก app notifications ธรรมดา แต่ถ้าลากทางด้านขวาลงมาจะเป็พวก setting

ส่วน features ใหม่ เต็มๆไปดูที่นี่เลย http://www.android.com/whatsnew/

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ประสบการณ์ 26 ปี


พอดีว่า blognone เค้าทำ [Ask Blognone] คณะหรือสาขาทางสายไอทีของท่านศึกษาเกี่ยวกับอะไรบ้าง? ก็เลยไปตอบไว้ด้วย ก็เอาเฉพาะของตัวเองมาลงไว้อีกที่ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์มากขึ้น


1. กำลังศึกษาอยู่ในคณะ/สาขาใด มหาวิทยาลัยใด
ป.ตรี(2547-2550) - วิทยาการคอมพิวเตอร์(Computer Science) มหาวิทยาลัยนเรศวร
ป.โท(กำลังศึกษา) - เทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Technology) มหาวิทยาลัยนเรศวร
2. เนื้อหาที่ได้ศึกษานั้นมีด้านไหนบ้าง
ป.ตรี - วิชาทาง programming เยอะมากครึ่งๆของวิชาเอก ครอบคลุมภาษาดังๆในสมัยนั้นค่อนข้างครบ ตอนนี้ปรับปรุงหลักสูตรใหม่แล้ว ลดภาษาที่มีความนิยมน้อย เพิ่ม mobile programming เข้ามา นอกจากนี้ยังมี
network communication+security
operation system
system analysis and design
data structure ศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างข้อมูล วิธีการจัดเรียง แนวๆนี้
computer graphic
programming language ศึกษาลักษณะของภาษาโปรแกรมมิ่งแบบต่างๆ ว่าทำงานอย่างไร ใช้งานอย่างไร
database ศึกษาเรื่องฐานข้อมูล
AI-artificial intelligence ศึกษาลักษณะของ AI ว่ามีหลักการอะไรบ้าง
ยังมีอีกแต่จำไม่ได้แล้ว
ป.โท - ความรู้สึก ณ ปัจจุบันคือ ส่วนใหญ่รู้มาตั้งแต่ ป.ตรีแล้ว บวกกับประสบการณ์ทำงานแล้ว มีที่รู้เพิ่มไม่มาก แต่เนื่องจากยังเรียนไม่จบ ยังอาจจะมีอะไรมากกว่านี้ก็ได้
3. คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ต้องการจะศึกษาด้านนี้
เปิดใจให้กว้างเสมอ พยายามอัพเดทตัวเองตลอดเวลา อย่าหยุด เรียนด้านนี้ ควรจะฝึกฝนการแก้ปัญหาให้ดี มองปัญหาให้ออก คิดแก้ให้รอบด้าน ตัดสินใจให้ไว ไม่โลเล แต่ไม่บุ่มบ่าม
อย่าเข้าใจว่ามาเรียนสายนี้แล้วจะซ่อม-ประกอบคอม ลงวินโดวส์เก่ง ฯลฯ ไม่ใช่นะ คนละเรื่องกัน เรื่องวิชาเรียน แยกง่ายๆเป็นวิชาพื้นฐาน กับวิชาเอก
สำหรับคนบางคนวิชาพื้นฐานบางตัวแทบไม่รอด แต่พอวิชาเอกเก็บ A เรียบ แต่บางคน วิชาพื้นฐาน AB ชิวๆ แต่พอวิชาเอกหา A ไม่เจอ เรื่องนี้น่าจะขึ้นอยู่กับความชอบเป็นหลัก พอชอบมันก็สนุก พอสนุกอะไรๆมันก็ง่าย
ส่วนเรื่องมีคนพูดๆกันว่าเขียนโปรแกรมศึกษาเองได้ อันนี้ผมไม่ออกความเห็นเพราะเรียนมาตรงสาย แต่จากประสบการณ์ที่เจอมา ผมมีข้อสรุปของตัวเองในการแบ่งระดับความสามารถของคนที่เรียกตัวเองว่า developer คือ
  1. Make it work = good
  2. Make it right = better
  3. Make if Fast = best
ตัวอย่างเช่น OOP-JAVA คงมีน้อยคนที่อธิบายได้ว่า primitive type กับ reference type ต่างกันอย่างไร ในสถานการณ์ไหน ควรใช้แบบไหน
4. จบมาแล้วได้ทำงานตรงสายที่เรียนรึเปล่า
ไม่ตรงสาย เพราะต้องทำงานในกิจการครอบครัว
5. ถ้าตรงสายแล้วได้ใช้ความรู้ด้านไหนบ้าง
แอบรับงานนอกบ้าง ตรงนี้บอกได้คำเดียวว่า โลกกว้างใหญ่ องค์ความรู้เดินหน้าตลอดเวลา เหมือนเทียบระดับกีฬาสีกับโอลิมปิค
6. คิดว่าจะเรียนต่อสายเดิมหรือไปสายใหม่
กำลังเรียน ป.โท อยู่ในสายเดิม ไม่ต่อทางสายบริหาร ขอไม่บอกเหตุผล